St.Red Bear's profile°º¤ø,¸¸,ø¤º°`°º¤ø±± w å ...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    June 01

    อย่าเล่นกะความรักนะ

    ที่ใดมีรัก ที่นั่นย่อมมีทุกข์ คำกล่าวนี้ยังคงใช้ได้อยู่ทุกสมัย เพราะนั่นคือความจริงแท้และแน่นอน หากจะรักแล้วไม่ให้ทุกข์ก็ต้องเรียนรู้ความจริงในรักให้แน่ชัดกันซะก่อน…!

    1.การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือการรักใครสักคน แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้ และต้องมาเสียใจภายหลัง

    2.ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความรู้สึก ความลุ่มหลง และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว

    3.สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา แต่มาค้นพบภายหลังว่าเราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น และจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป

    4.เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลง ประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้น แต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนาน จนกระทั่งเรามองไม่เห็นประตูที่เปิดไว้รอเรา

    5.เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกัน โดยไม่พูดอะไรกันสักคำ แต่สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด

    6.เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่ จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้าง จนกระทั่งสิ่งนั้นเข้ามาหาเรา

    7.การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคน ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ก็ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเรา

    8.มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวก โดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ

    9.อย่าบอกลา ถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนๆ นั้นอีกแล้ว ถ้าคุณไม่สามารถทำใจได้

    10.ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง ถึงแม้ว่าจะผิดหวัง และมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง
    และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน

    11.การที่เราจะประทับใจใครนั้นใช้เวลาแค่เพียงนาที การที่เราจะชอบใครใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง การที่เราจะรักใครใช้เวลาเพียงชั่ววัน แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต

    12.อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวย เพราะมันไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียว สามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส ขอให้คุณพบคนที่ทำให้คุณยิ้มได้

    13.มีช่วงเวลาในชีวิตที่คุณคิดถึงใครสักคน จนกระทั่งอยากดึงเขามาจากความฝัน เพื่อกอดเอาไว้ ขอให้คุณได้ฝันถึงคนพิเศษนั้น

    14.ฝัน ถึงสิ่งที่คุณต้องการฝัน ไปในที่ที่คุณต้องการไป เป็นในสิ่งที่คุณต้องการเป็น เพราะคุณมีเพียงชีวิตเดียว
    และมีโอกาสเดียวที่จะทำทุกสิ่งที่คุณต้องการ

    15.ขอให้คุณมีความสุขมากพอที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน ผ่านการทดสอบมามากพอที่จะทำให้คุณเข้มแข็ง มีความเศร้าโศกพอที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์ และมีความหวังมากพอที่จะทำให้คุณเป็นสุข

    16.เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวดจากสิ่งเดียวกันเช่นกัน

    17.คำพูดที่ไม่ได้ยั้งคิดอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง คำพูดที่โหดร้ายอาจทำลายชีวิต คำพูดที่เหมาะกาลเทศะอาจลดความเครียด คำรักอาจเยียวยาและทำให้มีสุขได้

    18จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา

    19.คนที่มีความสุขที่สุด ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขามีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก

    20.ความสุขรออยู่เบื้องหน้าผู้ที่มีน้ำตา ผู้ที่เจ็บปวด ผู้ที่ค้นหา และผู้ที่พยายามแล้ว เพราะมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้จักคุณค่าของผู้คนที่ได้สัมผัสชีวิตพวกเขา

    21.ความรักเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม งอกงามด้วยรอยจูบ และจบลงด้วยคราบน้ำตา

    22.อนาคตที่สดใสมีรากฐานอยู่บนอดีตที่ถูกลืม คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดีถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวางความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ

    23.คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ

    ความรัก หนอ ความรัก

    “รักคืออะไร" ?
             ไม่มีใครสามารถตอบได้ตรงกับใจทุกคนในโลก
    เพราะ “รัก” มีมากมายร้อยพันที่แต่ละคนจะขีดเขียนหรือนิยามขึ้นมา
               ของคนโน้น . . . ความรักอาจะเป็นอย่างนี้
               แต่ของคนนี้ . . . อาจจะเป็นอย่างนั้น

    "รัก หรือ ความรัก" คืออะไรก็ได้ แล้วแต่เราอยากจะให้เป็น
    "ความรัก"อาจจะไม่ต้องมีเหตุผล ไม่ต้องรู้สาเหตุ  ก็สามารถเกิดขึ้นได้

    "ความรัก" ทำให้ใครบางคนรู้สึกดี อิ่มเอม เต็มตื้น สุขใจ
    มีความหวังกับร้อยความฝัน ไม่เดียวดาย ไม่อ้างว้าง

    แต่ "ความรัก" ของใครบางคน อาจทำให้ร้อนรุ่ม กระวนกระวาย สับสน

    . . . เหมือนคนที่หาทางออกให้กับตัวเองไม่เจอ . . .

    บางคน . . . พอใจที่จะมี "ความรัก" ขอได้แค่ "แอบรัก"
    พอใจที่ได้เห็นหน้า ได้ฟังเสียง
    มีความสุขแม้ว่าจะต้องมี “ความรัก” กับคนที่มีเจ้าของแล้ว
    มีความสุขเพียงเพื่อได้เห็นหน้าเท่านั้นก็พอ

    มีความสุขที่ได้รัก แม้ว่าเขาคนนั้นจะเป็นคนเลวๆ ๆ ในสายตาคนอื่นก็ตาม

    แต่ในความเป็นจริง . . .
    สิ่งเหล่านี้ อาจจะเอื้อมมือคว้าเท่าไหร่ก็ไม่มีวันได้สัมผัส
    เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้บางคน . . .พอใจที่จะหยุด
    . . . และจบความสัมพันธ์แบบนี้ลง
    ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อคนอีกคน หรือ เพื่อตัวเอง
    จึงขอยอมที่จะเจ็บปวด และร้าวรานใจเพียงคนเดียว

    แต่ "ความรัก" ใช่ว่าจะจบลง หรือ สิ้นไป
    เพราะนี่ เป็นแค่การเริ่มต้นของ "การมีความรัก"
    เป็นการเรียนรู้ที่จะก้าวไป นี่เป็น "ก้าวแรก"
    และนี่ก็เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของ “ความรัก” เท่านั้น

    “ความรัก” ไม่สามารถบอกได้ว่า ถูก หรือผิด
    เพราะ “ความรัก” มันเป็นเรื่องของความรู้สึกของแต่ละคนมากกว่า
    คนเราไม่สามารถสั่งใจให้รู้สึกได้
    หากใจไม่รัก ก็ . . . คือ ไม่รัก
    และหากใจรักก็คงบอกความรู้สึกว่า “ไม่รัก . . . ไม่ได้”
    รัก ไม่ ต้อง คาด หวัง
    "รัก" ไม่มีคำว่าเศร้า ทุกข์ ขมขื่น หรืออะไรที่ทำให้รู้สึกไม่ดี
    "รัก" มีแต่สิ่งดีๆ ให้กันและ กัน

    สิ่งไม่ดีที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิด จาก "รัก" แต่เกิดจากการคาดหวัง
    ที่แต่ละคนคิดว่าหากรักกันแล้ว…ต้อง ทำให้ได้ทุกอย่าง
    ในความเป็นจริงแล้วใช่อย่างนั้นหรือ…การคาดหวังเกิดขึ้น ได้กับทุกคน…
    แล้วจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อสิ่งที่คาดหวังของคนสองคนไม่ตรง กัน…
    คุณคงนึกภาพออก…

    แล้วถ้ายิ่งคุณทำอะไรให้ กับ คนที่คุณรักแล้วแต่ไม่ตรงกับที่คนรักคุณคาดไว้สิ่งนั้นก็หมดความ หมาย

    คนทำก็หมดกำลังใจ ทำตั้งเยอะ ไม่ ได้อะไร ตอบแทนเลย
    จึงกลายเป็นการเรียกร้องเกิดขึ้น …
    เมื่อคุณเป็น ฝ่าย ให้แล้วทำไมอีกฝ่ายไม่เป็นฝ่ายให้บ้าง
    โดยคุณอาจลืมไปว่าอีกฝ่ายก็ได้ ให้คุณ เหมือนกัน

    เพียงแต่สิ่งนั้นไม่ได้ตรงกับ ที่ คุณคาดไว้ และมันไม่มีความหมายกับคุณเลย
    เมื่อคนสองคนคิดไม่ตรงกัน…
    ที่ ต้องการจะเป็นฝ่ายรับ หรือเรียกร้องที่จะรับโดยบอกให้อีกฝ่ายเป็นฝ่าย ให้…
    ความทุกข์ต่างๆ ก็จะตามมา

    "รัก" ไม่ ต้อง คาดหวัง…
    ทำให้เมื่ออยากทำ…ไม่ต้องรอสิ่งตอบแทน…
    และรับในสิ่ง ที่อีก ฝ่ายให้เมื่อเขาอยากให้…ไม่ต้องเรียกร้อง
    เป็นตัวของตัวเองในบาง ครั้ง…โอน อ่อนในบางที …สิ่งดีๆ ก็จะเกิด
    "รัก" ก็จะ ปราก ฎ

    -thank for sharing your view by P Ben

    ฮา มุกแป๊ก ภาค 2

    ช่วยเพื่อนสร่างเมา
    > >>>
    > >>>ตำรวจเดินตรวจตราบริเวณ RCA ตามนโยบายจัดระเบียบสังคม พบภาพพิศดารภาพหนึ่ง
    > >>>มีชายคนนึงยืนเอานิ้วแยงก้นชายอีกคนนึงอยู่ในความมืดแถวที่จอดรถ
    > >>>
    > >>>"คุณมาทำอนาจารอะไรแถวนี้" ตำรวจถาม
    > >>>
    > >>>"เปล่าอนาจารนะครับคุณตำรวจ" ชายคนที่เอานิ้วแยงก้นเพื่อนแย้ง
    > >>>
    > >>>"เพื่อนผมเมามาก ผมแค่จะช่วยให้ มันอ้วกจะได้สร่างเมาเร็ว ๆ
    > >>>
    > >>>"พูดเป็นเล่นน่ะ" ตำรวจไม่เห็นด้วย
    > >>>
    > >>>"คุณเอานิ้วล้วงก้นยังงี้มันจะหายเมาได้ยังไง"
    > >>>
    > >>>"ใจเย็นสิคร้าบ" เขายิ้มเผล่
    > >>>
    > >>>"รอผมเอานิ้วมายัดปากมันก่อน ดูซิว่ามันจะอ้วกมั้ย"
    > >>>
    > >>>
    > >>>**********************************************************
    > >>>ไม่ไว้ใจ
    > >>>
    > >>>"หมอจะให้ยาสลบคุณแล้วนะครับ" หมอบอก
    > >>>
    > >>>"เดี๋ยวนะครับ" คนไข้ล้วงกระเป๋านับเงิน
    > >>>
    > >>>"ไม่ต้องจ่ายตอนนี้หรอกครับ" หมอว่า
    > >>>
    > >>>"รอให้ทำเสร็จก่อนก็ได้"
    > >>>
    > >>>"ผมไม่ได้จะจ่ายเงินหรอกครับ" คนไข้บอก
    > >>>
    > >>>"ผมจะนับไว้เทียบกับตอนฟื้นขึ้นมาน่ะ"
    > >>>
    > >>>
    > >>>**********************************************************
    > >>>ไส้ติ่งอักเสบ
    > >>>
    > >>>"หมอครับ แฟนผมปวดท้องอย่างหนัก มีไข้ด้วย
    > >>>
    > >>>"ผมว่าไส้ติ่งอักเสบแน่เลยครับ" สมชายบอกหมอทาง โทรศัพท์
    > >>>
    > >>>"เป็นไปไม่ได้หรอก" หมอไม่เห็นด้วย
    > >>>
    > >>>"ผมผ่าไส้ติ่งให้ภรรยาคุณไปเมื่อสองปีที่แล้วไง คนเราจะมีไส้ติ่งสองอัน
    > >>>ได้ยังไง"
    > >>>
    > >>>"ผมก็รู้อยู่ครับหมอว่าคนเรามีไส้ติ่งได้แค่อันเดียว" สมชายรับ
    > >>>
    > >>>"แต่คุณหมอครับ คนเราไม่จำเป็นต้องมีเมียคนเดียวเสมอไปหรอกนะ ครับ!!"
    > >>>
    > >>>
    > >>>**********************************************************
    > >>>สติไม่ดี
    > >>>
    > >>>อาจารย์สอบถามหนุ่มนักศึกษาปี 8 คนนึงซึ่งกำลังจะเรียนจบในเทอมสุดท้ายพอดี
    > >>>
    > >>>"จบแล้วเธอจะไปทำอะไรล่ะ"
    > >>>
    > >>>"ผมอยากเป็นอาจารย์ครับ" ไอ้หนุ่มตอบอย่างหนักแน่น
    > >>>
    > >>>"เรอะ" อาจารย์หัวเราะ "อย่างเธอเนี่ยนะ เธอสติดีหรือเปล่า"
    > >>>
    > >>>"ทำไมหรือครับ" ไอ้หนุ่มหน้าเสีย
    > >>>
    > >>>"จะเป็นอาจารย์ต้องสติไม่ดีด้วยหรือครับ"
    > >>>
    > >>>
    > >>>**********************************************************
    > >>>ทำผิดซ้ำซาก
    > >>>
    > >>>ชายสองคนตายไปพร้อมกัน พวกเขาพบกับยมทูตที่รอพิจารณาอยู่หน้าประตูสวรรค์
    > >>>
    > >>>"เจ้าแต่งงานหรือยัง" ยมทูตถามชายคนแรก
    > >>>
    > >>>"แต่งแล้วครับ" เขาตอบ
    > >>>
    > >>>"เจ้าเป็นชายที่น่าเห็นใจมาก
    > >>>
    > >>>เอาล่ะข้าอนุญาตให้เจ้าเข้ามาอยู่ในสวรรค์ได้" ยมทูตว่า
    > >>>
    > >>>"แล้วเจ้าล่ะ" ยมทูตหันมาถามชายคนที่สองต่อ
    > >>>
    > >>>"เจ้าแต่งงานหรือยัง"
    > >>>
    > >>>"แต่งแล้วครับ" ชายคนที่สองตอบอย่างมั่นใจ
    > >>>
    > >>>"สองครั้งแน่ะครับ"
    > >>>
    > >>>"งั้นไสหัวไปได้เลย" ยมทูตไล่
    > >>>
    > >>>"เราไม่มีที่ว่างให้พวกโง่ที่ทำผิดซ้ำซากหรอก!!!"
    > >>>
    > >>>
    > >>>**********************************************************
    > >>>ทำคลอด
    > >>>
    > >>>หนุ่มนายหนึ่งไปตามหาหมอตำแยกลางดึกเพราะเมียปวดท้องจวนคลอด
    > >>>หมอตำแยก็ดีใจหาย
    > >>>รีบมาทันที มือนึงหิ้วกล่องเครื่องมือมาด้วย
    > >>>พลางไล่ไอ้หนุ่มไปต้มน้ำร้อนไว้ให้
    > >>>
    > >>>"หาค้อนให้ป้าหน่อยเถอะวะ" หมอตำแยโผล่หน้าออกมาบอกไอ้หนุ่ม
    > >>>
    > >>>ไอ้หนุ่มก็ดีใจหาย วิ่งไปหาให้โดยไม่ถามซักคำ
    > >>>
    > >>>ห้านาทีผ่านไป หมอตำแยโผล่หน้ามาอีก
    > >>>
    > >>>"หนุ่มเอ๊ย..หนุ่ม หาสิ่วให้ป้าหน่อย"
    > >>>
    > >>>ไอ้หนุ่มออกวิ่งอีก แต่คราวนี้ชักตงิดๆ ขึ้นมาบ้าง
    > >>>
    > >>>"ป้าจะเอาค้อนกับสิ่วไปทำอะไรกับเมียผมหรือ" ไอ้หนุ่มถามตอนยื่นสิ่วให้
    > >>>
    > >>>"ไม่ได้เอาไปทำอะไรเมียเอ็งหรอก" หมอตำแยว่า
    > >>>
    > >>>"ป้าเปิดกล่องเครื่องมือไม่ออกน่ะ"

    วันหวยออก

    เกือบเเม่นนะ สำหรับเลข เก้าหก แต่มันออก เก้าๆ ฮ่าๆๆๆ โดนสิงานนี้
    May 31

    เธอ คือ หัวใจของฉัน ("_")




    เธอคือหัวใจของฉัน
    นิค รณวีร์ เสรีรัตน์

    อยู่คนเดียวมานานกับความเหงาใจ
    วันเวลาผ่านไปก็นานแสนนาน
    ก็ในหัวใจฉันเองก็ยังต้องการ
    ใครซักคนที่คอยดูแลและห่วงใย

    จนวันนึงที่เธอได้ผ่านเข้ามา
    ความอ่อนล้าที่มีก็จางหายไป
    ก็คงเป็นเธอที่ทำให้ฉันเป็นคนใหม่
    เธอคือหัวใจ ของฉันตั้งแต่นี้

    เธอคือคนที่ฉันตามหามาแสนนาน
    และเป็นคนที่ฉันใฝ่ฝันในหัวใจ
    แม้ชีวิตของฉันตอนนี้ จะเป็นเช่นไร
    แต่อยากให้รับรู้เอาไว้

    อยากบอกว่ารัก รักเธอเหลือเกิน
    แม้วันคืนล่วงเลยพ้นเป็นปี
    แต่คืนนี้จะบอกเธอนะคนดี
    อยากให้เธอเชื่อฉันคนนี้ ... ฉันรักเธอ
       
     

    ชีวิต คือ เครื่องพิสูจน์ความเป็นคน

     
        - หนึ่งปีจนแล้วจนรอด กับการทำสเปส โอ้ยๆๆๆ ป่วยอีกแล้ว เซ็งจริงๆ มันจะหายได้เมื่อไหร่ฟะเนี่ย ขี่รถตากแดด ตากฝน นอนให้ยุ่งกัดมันทุกวัน แถมมาปวดท้องเอาซะงั้น เรื่องราววุ่นวายจริงๆพักนี้ ไม่อยากจะคิดไรมากเลย แต่ก้อมีมาให้คิดมันซะงั้น วันนี้เลยมาเขียนเป็นคนแก่ขี้บ่นเลย
        - อาทิตย์นี้งานทำบุญเพื่อนด้วย จะหายทันไปไหมนั่น ถ้าไม่ดีขึ้นท่าทางจะไปไม่ได้ เดี๋ยวโดนของ แถมเพื่อนๆพากันไปเที่ยว กทม กันซะหมด เงียบแน่ล่ะงานนี้ เราไปไม่ได้ต้องเฝ้าร้าน
        - ฝนตกมาประจำ อากาศก้อเย็น ดูแล้วหดหู่
        - ช่วงฝนตกนี่ ขายดีกว่าเดิมซะอีก ขนจนเมื่อยไปหมด
        - อิจฉาบางคนจัง ได้เที่ยวตลอดศก มีแต่คนมาเอาใจ
    บ่นเสร็จล่ะ บายใจหน่อย เดี๋ยวต้องไปติดต่อเรื่องโฆษณาด้วย นึกว่า จะได้แล้วเชียว เหอะๆ อย่างนี้แหละน้า ชีวิต
     ไอ้ที่เค้าเรียกว่า ความแน่นอน คือ ความไม่แน่นอน สงสัยจะจริง
         - บอดี้สแลมบอกว่า ความรัก มันก้อเเค่อากาศ แล้วจะเอาอาไรไปเชื่อมั่น อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ พี่เบริ์ดเสริม
         - กลับจากไปทำบุญที่วัดเมื่อวันอาทิตย์ คนไปทำบุญเยอะมาก มีคนนำของแห้ง ผลไม้ ข้าวสาร ไปถวาย เห็นแล้วก็คิดว่า คนพวกนี้ ช่างใจกุศลจริงๆ ปลื้มใจ ช่วยคนที่เราไม่รู้จัก ไอ้คนที่เค้าดีๆ มาติดจากบางคนที่มันเห็นแก่ตัวนี่มันจะสำนึกบ้างไหมนะ
         - เดือนหน้า บอลโลกล่ะ อืมมม จะได้สนุกสนานหน่อย เคเบิ้ลที่บ้านก้อไม่เคยถ่ายบอลให้ดูเลย
         - ขอบคุณคนที่ห่วงใยนะ จะรีบหายไวๆ
         - เราควรดื่มน้ำวันล่ะ หก ถึง แปด แก้ว ปวดท้อง เพื่อนบอกว่าต้องกินเหล้า แอลกอฮอร์จะฆ่าเชื้อได้ !!!!
         - วันนี้ทานถั่วเขียวต้มน้ำตาล อร่อยดี
     
         - หวยงวดนี้ ร้านขายหวยข้างบ้าน บอกว่า 96 ขายดีมาก มาแรง กองสลากจะไม่รับแทงแล้ว ว่างั้น แต่ผลสำรวจเค้าว่า วัยรุ่นมัก ชอบ 69 กูละกลุ้ม
         - เอาล่ะต้องไปทำงานต่อแล้วล่ะ จบการทำสเปสเปนเวลา หนึ่งปี เพียงแค่นี้
        
         

    ผ่านทาง กับ ทางผ่าน

                                                               แล้วจะเอามาให้อ่าน
    May 12

    พื้นที่เล็กๆ

    จะต้องถอนใจ อีกสักเท่าไร
    โลกแห่งความเป็นจริง ไม่เคยเป็นอย่างใจ
    วันและคืนเปลี่ยนหมุน ให้เราวิ่งตามเรื่อยไป
    โตแล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนไป

    การเป็นผู้ใหญ่ มันไม่ง่ายเลย
    มันไม่คุ้นไม่เคย ยิ่งคิดยิ่งเหนื่อยใจ
    ไม่มีเวลาเหลือ ไว้ฟังไว้คิดถึงใคร
    โตแล้ว ต้องทำอย่างไร

    เมื่อนาฬิกาในชีวิตหมุนเร็วกว่าใจ
    จนตัวเราเองอาจหล่นหาย
    เมื่อเด็กคนหนึ่งที่อยู่ในใจ เขาไปไหน
    ทำไมวันนี้เขาหายไปจากเรา

    ขอพื้นที่เล็กๆให้ยังเป็นเด็กอยู่ได้ไหม
    ในวันนึงเท่าไร ก็ไม่เปลี่ยนไปได้หรือเปล่า
    ให้ความสดใส ยังอยู่กับเรา อย่าให้ใครเขามาแย่งไป
    แค่เพียงอยาก ขอพื้นที่เล็กๆนี้ยังเป็นเด็กไปนานๆ
    ให้เรายังได้ฝัน ให้เรายังยิ้มได้
    โลกแห่งความจริง มันจะดีหรือร้าย
    เก็บความเป็นเด็กในหัวใจ เอาไว้

    ตรงขอบฟ้านั้น มีรุ้งพาดผ่าน
    เมื่อความจริงความฝันได้มาบรรจบกัน
    ที่ดินแดนแห่งนั้น เด็กน้อยคนหนึ่งกับฉัน
    จูงมือเดินไปด้วยกัน

    เมื่อนาฬิกาในชีวิตหมุนเร็วกว่าใจ
    จนลืมว่าเราเคยเป็นใคร
    อย่าลืมเด็กน้อย ทิ้งปล่อยเขาคอยอยู่เดียวดาย
    ได้ยินใช่ไหมเสียงนั้นที่เรียกเรา

    ขอพื้นที่เล็กๆให้ยังเป็นเด็กอยู่ได้ไหม
    ในวันนึงเท่าไร ก็ไม่เปลี่ยนไปได้หรือเปล่า
    ให้ความสดใส ยังอยู่กับเรา อย่าให้ใครเขามาแย่งไป
    แค่เพียงอยาก ขอพื้นที่เล็กๆนี้ยังเป็นเด็กไปนานๆ
    ให้เรายังได้ฝัน ให้เรายังยิ้มได้
    โลกแห่งความจริง มันจะดีหรือร้าย
    เก็บความเป็นเด็กในหัวใจ จะอยู่กับฉันตลอดไป

    (ขอพื้นที่เล็กๆ ขอพื้นที่เล็กๆ ขอพื้นที่เล็กๆ ให้ใจยังเป็นเด็ก)
    อยู่กับฉันตลอด ไม่ให้ใครแย่งไป
    (ขอพื้นที่เล็กๆ ขอพื้นที่เล็กๆ ขอพื้นที่เล็กๆ ให้ใจยังเป็นเด็ก)

    April 24

    ให้ธรรมเป็นทาน เป็นบุญสูงสุด

     
    นรก ที่แท้จริง
    คือ ความรู้สึกอิดหนาระอาใจตัวเอง
    จนยกมือไหว้ตัวเองไม่ลง
    ตรงกันข้ามกับ สวรรค์ คือความรุ้สึกพอใจตัวเอง
    จนยกมือไหว้ตัวเองได้อย่างชื่นใจ
    ที่นี่ และ เดี๋ยวนี้
     
    พระพุทธทาสภิกขุ
     
    เห็นหน้ากันเมื่อเช้า    สายตาย
    สายอยู่สุขสบาย        บ่ายม้วย
    บ่ายยังรื่นเริงกาย         เย็นดับ ชืพนา
     เย็นเห็นหยอกลูกด้วย     ค่ำม้วยอาสัญ
                 
                 
    April 23

    ฮ่าๆๆ มุขแป็กๆ

    โทรเลขถึงแม่
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >"ขอเงินซื้อชุดใหม่ ชุดที่มีใส่เที่ยวกับแฟนครบหมดแล้ว"
    >>จากลูก
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >โทรเลขถึงลูก
    >>
    >>>>> >
    >> >>>>> >"หาแฟนใหม่ ใส่ชุดเดิม" จากแม่
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >(เออ จริงด้วย...ฮิๆๆ)
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >================================
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >หมอแนะนำคนไข้นอนไม่หลับว่า "พอเอนหลังลงนอน   
    >> >>>>>ก็เริ่มนับไปเรื่อยๆ"
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >"เคยทำแล้วครับแต่ไม่ได้ผล คือว่าผมเป็นนักมวยเก่า
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >พอนับถึงเก้าก็สะดุ้งตื่นทุกที">
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >================================
    >> >>>>> >
    >> >>>>>
    >"ขอนัดคุณหมอหน่อยครับ หมู่นี้ผมหน้ามืดบ่อยๆ
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >ไม่รู้มีปัญหาเรื่องความดันหรือเปล่า"
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >"วันศุกร์หน้าบ่ายสองนะคะ"
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >"นานยังงั้นเชียวหรือ ขอเป็นวันสองวันนี้ไม่ได้หรือ"
    >> >>>>> >!
    >> >>>>> >"ไม่ได้จริงๆค่ะ คิวแน่นมากเลยค่ะ ต่อให้มีคนยกเลิกนัด
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >อย่างมากก็เร็วขึ้นวันสองวันเองค่ะ"
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >"ง้านเลยเรอะ... เออ...
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >แล้วนี้ถ้าเกิดผมตายก่อนจะถึงวันนัดจะทำไงดีฮึ"
    >> >>>>> >
    >>
    >>>>> >"กรุณาโทรมาแจ้งด้วยนะ คะ จะได้เลื่อนคิวคนข้างหลังมา
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >แทนคุณได้ค่ะ!!!"
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >"......"
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >(อย่างเอ๋อ ฮ่ะๆๆๆ)
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >===============================
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >ชายหนุ่มอ่านหนังสือพิมพ์ พบเรื่องของนักแสดงสาวสวย
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >แต่งงานกับนักกีฬาที่มีชื่อเสียงโด่งดังแต่ไอคิวต่ำเหลือหลาย
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >เขาจึงหันไปพูดกับภรรยาว่า "ทำไมผู้ชายโง่ๆ ถึงได้เมียสวยนะ"
    >> >>>>> >
    >>
    >>>>> >"จะเพราะอะไรก็ช่างเถอะ แต่ขอบคุณนะที่ชม " ภรรยากล่าว
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >===============================
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >"พ่อครับๆ "ลูกชายตะโกนจากในสวน "รถถูกขโมย"
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >"เห็นไหมว่าใครเอาไป "
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >"เห็นครับ "
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >"จำหน้าได้ไหม "
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >"จำไม่ได้ แต่ผมจดทะเบียนรถเราไว้แล้ว "
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >===============================
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >"แม่คะ หนูตัดสินใจแล้วว่า!
    จะไม่แต่งงานกับจอห์น "
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >"อ้าว ทำไมล่ะลูก "แม่ถามด้วยความประหลาดใจ
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >"หนูเพิ่งรู้ว่าเขาไม่นับถือศาสนาอะไรเลยและไม่เชื่อว่า
    >> >>>>> > มีนรกด้วย"
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >"ไม่ต้องห่วงหรอกลูก แต่งงานกับเขาเถอะ
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >เพราะอยู่กินกันไปเขาก็จะรู้เองว่านรกมีจริง "
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >===============================
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >คู่แต่งงานใหม่เพิ่งจะถูกส่งตัวเข้าห้องหอ
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >"น้องมีเรื่องจะสารภาพค่ะ"
    เจ้าสาวหมาดๆบอก
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >"น้อง เคยผ่านผู้ชายมาแล้ว"
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >"ไม่เป็นไรหรอกพี่เข้าใจ" เจ้าบ่าวหมาดๆปลอบ
    >> >>>>> >
    >> >>>>> >"พี่ก็เคยผ่านผู้ชายมาแล้วเหมือนกัน..."

    สวยดีนะ

    10 สถาปัตย์อัศจรรย์แดนมังกร

    1. สนามบินนานาชาติปักกิ่ง
          กำหนดสร้างเสร็จปี 2007
          จีนมีแผนที่จะสร้างสนามบินใหม่ถึง 108 แห่งระหว่างปี 2004-2009 ซึ่งรวมทั้งสนามบินนานาชาติปักกิ่งแห่งนี้ ที่จะเปิดให้บริการปลายปี 2007 เพื่อต้อนรับโอลิมปิก 2008 โดยจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 43 ล้านคนในปีแรก และเพิ่มเป็น 55 ล้านคนในปี 2015
          สนามบินโฉมใหม่ที่มีขนาดกว่า 1 ล้านตารางเมตร ซึ่งใหญ่กว่าเพนตากอนของสหรัฐอเมริกานี้ เป็นฝีมือของผู้ออกแบบสนามบินเช็กแลพก๊อกของฮ่องกงด้วย นั่นคือ Foster & Partners สถาปนิกนักเดินทาง ที่เข้าถึงจิตใจผู้โดยสาร ด้วยการออกแบบทางเดินแต่ละส่วนให้สั้นที่สุด
          ฟอสเตอร์ ได้แบ่งอาคารที่กว้างขว้างใหญ่โตของสนามบินนานาชาติปักกิ่งออกเป็น 2 ข้าง ทอดตัวจากทิศใต้ไปสู่ทิศตะวันออก เพื่อช่วยลดไอร้อนจากแสงอาทิตย์ แต่ติดสกายไลท์ให้แสงแดดละมุนละไมได้ฉายส่องเข้ามา พร้อมทั้งใช้นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนภายในตัวอาคาร





         
    2. เดอะคอมมูน กรุงปักกิ่ง
          เฟสแรกสร้างเสร็จเมื่อ 2002 และทั้งโครงการจะเสร็จสิ้นในปี 2010
          ‘เดอะคอมมูน (The Commune) เกิดขึ้นตามความตั้งใจของคู่รักนักพัฒนาเรียลเอสเตท จางซิน และพานซื่ออี๋ ที่ลงทุนควักกระเป๋าให้นักสถาปัตย์ชั้นนำชาวเอเชีย 12 คน คนละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเนรมิตเฮาส์คอมเพล็กซ์หรูที่มีกลิ่นอายกำแพงเมืองจีนขึ้น
          ปัจจุบัน เดอะคอมมูน เปิดให้บริการแล้วในส่วนที่เป็นโฮเทลบูติค ภายใต้การบริหารของเครือโรงแรมเคมปินสกี้ จากเยอรมนี ซึ่งยังมีโครงการส่วนต่อขยายเพิ่มเติมอีก






    3. ศูนย์กลางการเงินของโลกที่เซี่ยงไฮ้
          กำหนดสร้างเสร็จปี 2008
          ศูนย์กลางการเงินแห่งใหม่ของโลก กำลังจะอุบัติขึ้นที่มหานครเซี่ยงไฮ้ ที่เขตการเงินหลู่เจียจุ้ย ในเขตผู่ตง ในรูปโฉมของตึกกระจกสูงเสียดฟ้า 101 ชั้น
          Kohn Pedersen Fox Architects ผู้ออกแบบเล่าว่า การสร้างให้ตึกต้านทานแรงลมได้ ถือเป็นความท้าทายของงานนี้ ในที่สุด จึงได้ออกแบบให้ยอดตึกเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า พร้อมเจาะช่องตรงชั้นที่ 100 ซึ่งนอกจากจะปรับเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในโลกแล้ว ยังสามารถบรรเทาแรงลม ลดการแกว่งตัวไปมาของตัวตึกได้ด้วย




    4. สระว่ายน้ำแห่งชาติ ปักกิ่ง
          กำหนดเสร็จปี 2008
          สระว่ายน้ำแห่งชาตินี้ สร้างขึ้นสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2008 โดยมีรูปลักษณ์เหนือจินตนาการคล้ายก้อนน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ซึ่ง PTW and Ove Arup ออกแบบโดยใช้วัสดุเทฟลอนทำเป็นโครงร่าง เน้นใช้พลังงานแสงอาทิตย์ โดยจะนำมาใช้เดินเครื่องกรองน้ำเสียของสระ
          น้ำที่ใช้เติมในสระจะถูกกักเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ฝั่งไว้ใต้ดิน นอกจากนั้น เพื่อให้ดูเหมือนน้ำที่สุด สถาปนิกยังใช้เทคโนโลยีจากงานวิจัยของนักฟิสิกส์จาก Dublin’s Trinity College ที่สามารถทำให้กำแพงอาคารดูเหมือนฟองน้ำที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนอกจากจะทำสระว่ายน้ำแห่งแดนมังกรนี้ดูดีเป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังสามารถต้านทานกับแรงสั่นสะเทือนอันเกิดจากแผ่นดินไหวได้ด้วย




         

    5. สถานีโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งชาติ (CCTV) – ปักกิ่ง
          กำหนดสร้างเสร็จปี 2008
          อาคารสำนักงานใหญ่ของสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี มีรูปลักษณ์ที่แหวกแนวไปจากตึกระฟ้าทั่วไป โดยเกิดจากสองอาคารที่ตั้งมุมฉากต่อเข้าหากัน มองดูเหมือนอุโมงค์ขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยกระจายแรงลมที่ปะทะกับตึกได้เป็นอย่างดี ตึกใหม่นี้ออกแบบโดย Rem Koolhass และ Ole Scheeren ส่วนวิศวกรผู้คุมงานก่อสร้างคือ Ove Arup






    6. Linked Hybid – ปักกิ่ง
         
    กำหนดสร้างเสร็จปี 2008
          สถาปัตยกรรมแห่งที่อยู่อาศัยสมัยใหม่ Linked Hybid เป็นที่ตั้งของบ้าน 2,500 หลัง อพาร์ทเม้นท์ 700 ห้อง บนเนื้อที่ขนาด 1.6 ล้านตารางฟุต ถือเป็นตึกใหญ่สุดในโลกที่มีใช้ระบบชีวภาพในการทำความเย็นและให้ความอุ่น เพื่อรักษาอากาศทั้ง 8 ตึกให้คงที่ ในชั้นที่ 20 สร้างเป็นวงแหวน บริการที่เชื่อมต่อกันทุกตึก ครบครันด้วยบริการต่างๆ ทั้งซักผ้ายันร้านกาแฟ
          Steven Holl และ Li Hu ยังออกแบบให้ ฝั่งท่อน้ำสองสายลึกลงไปใต้ดิน 100 เมตร สำหรับให้น้ำไหลเวียน ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องกระจายความร้อน และเครื่องทำความเย็นขนาดใหญ่ ที่ไม่ต้องพึ่งพาไฟฟ้าทำน้ำเดือดหรือแอร์ทำความเย็น ขณะเดียวกัน ยังมีระบบบำบัดน้ำเสีย ที่จะรวบรวมน้ำจากห้องครัวและอ่างน้ำทั่วอาคาร มาหมุนเวียนใช้ใหม่ในห้องส้วม






    7. เมืองเศรษฐกิจตงถัน เจียงซู
          อยู่ระหว่างวางแผน คาดว่าเฟสแรกจะเสร็จปี 2010
          เมืองเศรษฐกิจแห่งใหม่ของแดนมังกร ออกแบบและพัฒนาโดย ซ่างไห่ อินตัสเทรียล คอร์ป ที่คาดว่าจะมีขนาดเทียบเท่ากับเกาแมนฮัตตัน ตั้งอยู่บนเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของจีน กลางลำน้ำฉางเจียง (แยงซีเกียง) ใกล้กับมหานครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 2040
          อย่างไรก็ตาม เฟสแรกของโครงการนี้ จะเรียบร้อยก่อนที่งานเอ็กซ์โปเซี่ยงไฮ้จะเปิดฉากขึ้นในปี 2010 ซึ่งจะมีประชากรราว 50,000 คน เข้าอยู่อาศัยที่นี้ จากนั้นอีก 5 ปี ระบบพิเศษต่างๆ จะเริ่มใช้งานได้ ไม่ว่าจะเป็น ระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์ ระบบจัดการน้ำเสีย และการหมุนเวียนพลังงานมาใช้ใหม่ พร้อมด้วยถนนสายใหญ่ที่จะเชื่อตรงสู่นครเซี่ยงไฮ้อย่างสะดวกสบาย





         
    8. สนามกีฬาโอลิมปิก - ปักกิ่ง
          กำหนดเสร็จปี 2008
          สนามกีฬาหลายแห่งในโลก ออกแบบโดยเดินตามรอยสนามกีฬาชื่อดังของโลก โคลิเซี่ยมแห่งโรม แต่สนามกีฬานานาชาติของ Herzog & de Meuron ในปักกิ่งนี้พยายามที่จะคิดออกแบบใหม่ให้เอื้ออำนวยต่อสิ่งแวดล้อมปัจจุบันมากขึ้น
          สถาปนิกจากสวิสเซอร์แลนด์ Herzog & de Meuron ต้องการที่จะช่องระบายอากาศตามธรรมชาติ ในสนามกีฬาโครงสร้าง 91,000 ที่นั่ง อาจถือได้ว่า เป็นสนามกีฬาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในขณะนี้
          สนามกีฬาดังกล่าวซึ่งจะใช้จัดพิธีเปิด-ปิดการแข่งขันโอลิมปิก 2008 มีลักษณะภายนอกคล้ายกับ รังนกที่มีโครงตาข่ายเหล็กสีเทาๆเหมือนกิ่งไม้ ห่อหุ้มเพดานและผนังอาคารที่ทำด้วยวัสดุโปร่งใส อัฒจันทร์มีลักษณะรูปทรงชามสีแดง ซึ่งดูคล้ายกับพระราชวังต้องห้ามของจีน ภาพโครงสร้างของสนามกีฬาแห่งนี้ จึงดูคล้ายพระราชวังสีแดง ที่อยู่ภายในรั้วกำแพงสีเทาเขียว ซึ่งให้กลิ่นอายงดงามแบบตะวันออก สำหรับบันไดภายในสนามกีฬาถูกสร้างให้กลมกลืนกับโครงตาข่าย ซึ่งให้ภาพลักษณ์ของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือเอกภาพ




          First Phase Of Yangshan Port Project To Be Finished Next Month

    9. สะพานตงไห่ เชื่อมเซี่ยงไฮ้ กับ เกาะหยังซัน
          เปิดใช้ธันวาคม 2005
          สะพานข้ามทะเลแห่งแรกของจีน ซึ่งเปิดใช้อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อเดือนธันวาคมปี 2005 สะพานดังกล่าวเป็นเส้นทางคมนาคมหลักในเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียง ใช้เงินลงทุนราว 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนโครงสร้างหลักมีความยาว 32.5 กิโลเมตร กว้าง 31.5 เมตร มีทางรถวิ่ง 6 เลน และเพื่อความปลอดภัยในการรับมือกับพายุไต้ฝุ่นและคลื่นลมแรง สะพานตงไห่ถูกออกแบบให้เป็นรูปตัวเอส (S) เชื่อมจากอ่าวหลู่หูในเขตหนันฮุ่ยเมืองเซี่ยงไฮ้ ข้ามอ่าวหังโจว ไปยังเกาะเสี่ยวหยังซันในมณฑลเจ้อเจียง ที่ได้วางแผนไว้ให้เป็นท่าเรือการค้าเสรีแห่งแรกของจีน (และจะเป็นท่าคอนเทนเนอร์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก) ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2010
          ทั้งนี้ สะพานตงไห่ถูกก่อสร้างโดยความร่วมมือระหว่าง ไชน่าจงเที่ย เมเจอร์ บริดจ์ เอนจิเนียริ่ง กรุ๊ป และเซี่ยงไฮ้ # 2 เอนจิเนียริ่ง และเซี่ยงไฮ้ เออร์บัน คอนสตรักชั่น กรุ๊ป






    10. โรงละครแห่งชาติ ปักกิ่ง
          กำหนดสร้างเสร็จปี 2008
          ตั้งอยู่กลางกรุงปักกิ่ง ใกล้กับจัตุรัสเทียนอันเหมิน มีเนื้อที่ 490,485 ตารางฟุต มีกำหนดเปิดใช้อย่างเป็นทางการในปี 2008 โครงสร้างภายนอกประกอบขึ้นจากกระจกผสมไทเทเนี่ยม ดูคล้ายกับทะเลสาบ =

    April 18

    Thank you so much for everything of my life

                                     เมื่อชีวิต คือ การเดินทาง
     
    ขอบคุณ คุณพ่อ คูณแม่ ขอบคุณครับ
     
    ขอบคุณ น้องๆที่น่ารัก
     
    ขอบคุณ ครู ทุกคน
     
    ขอบคุณ ญาติๆ ทั้งหลาย
     
    ขอบคุณ เพื่อนๆ ทุกๆคน
     
    ขอบคุณ คนที่รัก
     
    ถ้าไม่มีทุกคน คงไม่มีวันนี้หรอก T_T
     
    และ ขอบคุณ ตัวเอง ดีใจว่ะ ผ่านไรมาเยอะเลยนะ เราจะไปกันต่อเท่าที่ยังหายใจอยู่ เจนเอ้ยยย กูล่ะชอบมึงจัง
     
                ทุกคำอวยพร และ สิ่งต่างๆ ที่มอบให้ เปนของขวัญที่ดีสำหรับผมมากๆครับ
                                                       ขอให้สิ่งเหล่านั้น คืนกลับสู่ ทุกๆคนด้วยนะ
     
    ฟ้ายังมีตา และฟ้านำเธอมาร่วมทางอยู่กับฉัน ท่ามกลางคืนวันที่เหนื่อยล้ากายใจ ให้ยังพอมีแรงสู้ไป ถึงล้มก็รู้ว่าฉันยังมีมือของเธอ ถึงฉันนั้นพลั้ง หรือพลาดอะไรไป อย่างน้อยยังมีเธอเป็นเหมือนเส้นชัย และทุกๆครั้งที่เสียอะไรไปเท่าไร ก็คิดทุกครั้งว่าได้อะไรมา และพบว่าฉันโชคดีสักเพียงใด ที่พบเธอ  อยู่กันอย่างนี้นานๆนะเธอ ---อย่าไปไหน อย่าไปไหน อย่าไปไหน---
    April 13

    miss you my wife

    เป็นอีกคนหนึ่งที่พกรูปถ่ายของภรรยาติดกระเป๋าสตางค์ไว้เสมอ..แม้ว่าภรรยาของเขาจะเสียชีวิตไปนานหลายปีแล้วก็ตาม
    >ทุกครั้งที่สมบูรณ์ประสบกับปัญหา  สมบูรณ์จะหยิบภาพถ่ายออกมาดู
    >และเขาก็ผ่านพ้นปัญหานั้นไปได้เสมอ  ไม่ว่าสมบูรณ์จะเจอ อุปสรรคมากมายขนาดไหน
    >บางครั้งเมื่อเขานึกท้อแท้
    >เขาก็จะรีบเปิดกระเป๋าสตางค์และหยิบรูปถ่ายภรรยาออกมาดูทุกครั้งไป.......
    >
    >โดยเฉพาะเมื่อครั้งที่เศรษฐกิจไทยก้าวสู่ยุคฟองสบู่แตก  สมบูรณ์แทบสิ้นหวัง
    >เขาแทบสิ้นเนื้อประดาตัว  แต่เขาก็ผ่านจุดต่ำสุดนั้นมาได้...
    >
    >วันนี้  สมบูรณ์ก้าวสู่ความสำเร็จจนได้รับรางวัลบุคคลสู้ชีวิตแห่งปี
    >และได้ขึ้นรับรางวัลอันทรงเกียรตินี้...สมบูรณ์กล่าวว่า...
    >
    >เคล็ดลับที่ทำให้ผมผ่านอุปสรรคอันเลวร้ายต่างๆมาได้ก็เพราะผมพกภาพถ่ายของภรรยาผมติดตัวไว้ตลอดเวลา..."
    >
    >สิ้นเสียงกล่าวของสมบูรณ์...เสียงปรบมือกึกก้องไปทั่วห้องจัดเลี้ยงมอบรางวัล...โดยเฉพาะบรรดาคุณหญิงคุณนายที่มาร่วมงาน
    >
    >ต่างพากันสะกิดสามีของตัวเอง  พร้อมกับคำกระแหนะกระแหน
    >ว่าทำไมไม่เอาตัวอย่างสมบูรณ์บ้าง
    >
    >เมื่องานเลี้ยงเลิกรา..สมบูรณ์กลับถึงบ้าน เขาควักรูปถ่ายของภรรยาออกมาดูอีก
    >แล้วรำพึงรำพันกับภาพถ่ายว่า...
    >
    >ทุกครั้งที่รู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง....ก็มีภาพถ่ายของเธอนี่แหละที่ทำให้ได้ระลึกอยู่เสมอว่า...ไม่มีอะไรจะแย่ไปกว่าตอนที่อยู่กับเธออีกแล้ว
    March 30

    I want it that way !!!

    "I Want It That Way"

    Yeah

    You are my fire
    The one desire
    Believe when I say
    I want it that way

    But we are two worlds apart
    Can't reach to your heart
    When you say
    That I want it that way

    [Chorus:]
    Tell me why
    Ain't nothin' but a heartache
    Tell me why
    Ain't nothin' but a mistake
    Tell me why
    I never wanna hear you say
    I want it that way

    Am I your fire
    Your one desire
    Yes I know it's too late
    But I want it that way

    [Chorus]

    Now I can see that we're falling apart
    From the way that it used to be, yeah
    No matter the distance
    I want you to know
    That deep down inside of me...

    You are my fire
    The one desire
    You are
    You are, you are, you are


    Don't wanna hear you say
    Ain't nothin' but a heartache
    Ain't nothin' but a mistake
    (Don't wanna hear you say)
    I never wanna hear you say
    I want it that way

    Tell me why
    Ain't nothin' but a heartache
    Tell me why
    Ain't nothin but a mistake
    Tell me why
    I never wanna hear you say
    (Don't wanna hear you say it)
    I want it that way
    I want it that way

    รู้ไหม

        รู้ไหม ว่า คิดถึง.....................

    อ่านเจอมา

    ...สัญญานคู่แท้ 1.เวลานึกถึงเค้า เค้าจะโทรมาพอดี หรือไม่ก็โผล่มาทันที 2.เวลามองหน้ากัน ใจจะเหมือนอะไรบางอย่างสะกดจิต 3.เวลาเราอยากได้ใครสักคนมาเป็นเพื่อน เค้าจะโผล่มาพอดี 4.ครั้งแรกที่เจอกันจะรู้สึกว่าเคยเจอกันมาก่อน แต่นึกไม่ออกว่าใคร 5.เวลาอยู่กับเค้าจะไม่รู้สึกเกร็ง แต่จะรู้สึกดีที่สุด คนที่ได้อ่านกระทู้นี้ต้องเอาไปโพสต่อ ไม่งั้นคุณจะต้องมนตราน่ากลัวมาก โพสแค่ 5 อัน แล้วคุณจะพบกันสิ่งอัศจรรย์บางอย่าง จริงๆ นะ   
     
    March 27

    ลัล ลัล ล้า

     
     
      ถึงเวลา ใหม่ แล้วล่ะ ( ^_^ ) ขอบคุณนะ